Archive

Archive for April, 2009

ผะหมี

April 5, 2009 2 comments

        วันนี้มาด้วยหัวข้องงๆเล็กน้อย แต่รับรองว่ามีความสนุกครับ ผะหมีเป็นการทายปัญหาอย่างหนึ่งครับ อาจจะมีทั้งให้คำกลอนมา หรือว่าให้รูปภาพ แล้วให้ทายว่ามันเป็นอะไร ตัวอย่างของรูปภาพลองนึกถึงรายการชิงร้อยชิงล้านเมื่อสมัยก่อนน่ะครับ ที่มีเปิดภาพแล้วให้ทายคำอะไรแบบนั้นเลย ผะหมีเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งที่มีมานานพอสมควรแล้วล่ะ แต่เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยิน

        ตอนที่ผมอยู่ม.6 ก็มีช่วงนึงที่สำนักงานเขตบางกอกใหญ่(ถ้าจำไม่ผิด) จัดการแข่งขัน แล้วก็ให้เด็กนักเรียนหลายๆโรงเรียนเข้าไปแข่งกันทายปัญหาผะหมี ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสไปแข่งกับเขาเหมือนกัน แต่ว่ามีแค่โอกาสไปแข่ง แต่ไม่ได้แข่ง บังเอิญว่าอาจารย์ก็ส่งใบสมัครไปให้แล้ว แต่ทางนั้นบอกว่าไม่ได้รับท่าเดียวเลย ผมกับเพื่อนทีมเดียวกันที่ไปก็เลยไม่ได้แข่งซะงั้น แต่ก็เลยถือโอกาสนั่งดูคนอื่นแข่ง (จริงๆแล้วออกมาตอนคาบที่มีเรียน ก็เลยถือโอกาสโดดซะมากกว่า)

        แล้วก็พอดีว่าช่วงก่อนจะไปแข่งอาจารย์ก็ได้เอาหนังสือที่รวมปัญหาผะหมีเอาไว้มาให้พวกผมได้อ่านเตรียมตัวไปแข่ง(ไปอย่างเดียว) ผมเห็นว่ามีหลายๆปัญหาที่ฮาแล้วก็กวนดีก็เลยแสกนเอาเก็บเอาไว้ วันนี้ก็เลยจะเอามาให้ลองเล่นกันครับ ง่ายๆก็คือดูรูปแล้วตอบว่ามันคืออะไร ผมจะลองเล่นให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนซัก 2-3 ภาพครับ แล้วที่เหลืออยากให้ลองเล่นกันก่อน ส่วนเฉลยผมจะแอบแปะไว้ข้างล่างครับ

เริ่มด้วยรูปแรกเลย

รูปนี้ถ้าให้ลองทายกันเองก่อน ก็คงจะยากซักนิดนึง คำตอบของมันก็คือ แมว + (กัน)gun แล้วก็ผวนกลับมาก็จะได้เป็นคำว่า"มันแกว"ครับ

รูปที่สอง

รูปนี้เก็ตยากนิดนึง มันคือคำว่า "ตองอู" -*-

รูปที่สาม

อันนี้ก็ฮาเหมือนกัน อาหาร แล้วก็เป็นคำผวน คำตอบของมันก็คือ หาม + ฉลู แล้วก็ผวนจะได้เป็น หูฉลาม (เอากับมันสิ)

จะเห็นว่าคำตอบนั้นมีทั้งที่มาจากภาษาอังกฤษ มีทั้งเป็นคำผวนและอื่นๆอีกมากมาย ตามแต่คนคิดขึ้นมาจะเล่น ซึ่งบวกได้เลยว่าหลายๆอันกวนมาก ก็ที่เหลือผมจะให้ลองทายกันเองนะครับ แต่ผมจะเขียนคำใบ้ไว้ให้แล้วกัน

1. เป็นชื่อประเทศครับ (คำผวน)

 

2. ชื่อสถานที่ในกรุงเทพนี่แหละ เดาไม่ยาก

 

3. เป็นสัตว์ (คำผวน)

 

4. จังหวัดในประเทศไทย (ผวนอีกแล้ว)

 

5. ของใช้ที่มีกันทุกคน (คำผวน)

 

6. ชื่อสถานที่ครับ (รูปมันก็บอกแล้วเนอะ -*-)

 

7. ใบ้ก็รู้เลย ไม่ใบ้แล้วกันอันนี้

 

8. นารุโตะ (ใบ้ซะขนาดนี้แล้ว)

 

9. ปลาชนิดหนึ่งครับ (ยากอ่ะอันนี้)

 

10. อันนี้เห็นรูปคงเก็ตเลย

 

11. เป็นสกุลเงินครับ (คำผวน)

 

12. ผักหรือผลไม้(คำผวน)

 

 

 

 

 

 

 

เฉลยตามข้อเลยนะครับ (ทำแถบดำเอาจะเห็นคำตอบด้านล่าง)

1. ในรูปชี้หู กับชี้ดิน ก็เลยเป็น เอีย(ear)+ดิน ผวนก็เป็น "อินเดีย"

2. "สี่กั๊ก เสาชิงช้า" ตรงๆเลยแต่ก็เล่นคำนิดหน่อย

3. เป็นรูป หมู+จา(jar) ผวนก็เป็น "หมาจู"

4. คล้ายๆข้อที่แล้วครับ ปีน+จา(jar) ผวนเป็น "ปราจีน"

5. อันนี้ฮาสุดๆ ในรูปเป็นคนลาวครับ สังเกตุจากคำพูด ก็เลยเป็น ลาว+ท้อง ผวนเป็น "รองเท้า"

6. เป็น หัวหมา กับ ก(ได่) รวมกันเลยเป็น "หัวหมาก" (ซะงั้น)

7. ปลา two => "ปลาทู"

8. นิล ที่แปลว่าสีดำ กับจา(jar) รวมเป็น นิลจา => "นินจา"

9. "ปลาโลมา" ครับ โลมา แปลว่าขน

10. "ร หัน" (รร) ง่ายๆงี้แหละ

11. มีวงรี กับปูก็เลยเป็น รี+ปู ผวนเป็น "รูปี"

12. อันนี้ก็ฮา ในรูปเป็นฟองทักทายกัน ฟอง+ทัก ผวนเป็น "ฟักทอง" 555

Categories: เกม

วัฒนธรรมเฮโล

April 5, 2009 1 comment
        ช่วงนี้คำนี้เป็นคำฮิตที่ติดปากผมมากที่สุดคำหนึ่ง (มากสุดยังอุตส่าห์มีหลายคำ = =) สำหรับคนที่ยังงงกับความหมายของคำว่าเฮโล ก็จะขออธิบายสั้นๆตรงนี้ก่อนนะครับ ว่าเฮโลคืออาการของการแห่กันไป ชาวบ้านเขาว่ายังตูก็ว่าแบบเขาบ้าง สาเหตุที่คำนี้เริ่มติดปากผม เพราะพักหลังนี้ผมมักจะเห็นวัฒนธรรมนี้อยู่ทั่วไป แล้วก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ที่หลายคนกลับยึดถือวัฒนธรรมแบบนี้
 
        เคยสังเกตุมั้ยครับว่าเวลามีอะไรฮิตอะไรดังขึ้นมาที ทุกคนก็จะต้องแห่กันไปทำตามกันหมด แล้วพอไอเจ้าอะไรที่ว่ามันเลิกฮิตมันเลิกดังก็จะไม่มีใครสนใจเหลียวแลอีก ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างของเล่นพอมีอะไรฮิตขึ้นมา ทุกคนก็จะต้องพยายามจับจองเป็นเจ้าของหามาเล่น แต่พอหมดหน้าฮิตเมื่อไหร่ ของเล่นเหล่านั้นก็จะถูกเอามาโละราคาหั่นแหลกเพราะว่าไม่มีคนซื้อ (ไปมัวซื้ออันใหม่ที่ฮิตกว่า) ที่เห็นๆตอนนี้ก็เจ้า Rubik นี่แหละ ขายกันเกลื่อนเมือง ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าแต่ละคนสนุกที่ได้เล่นมันจริงๆหรือเปล่า หรือแค่เล่นตามที่เขาฮิตกันไปแค่นั้นเอง
 
        กรณีศึกษาที่ 2 ก็เป็นเรื่องของพวกกีฬา มีอยู่ช่วงนึงที่ภราดรกำลังฮิตมาก เปิดทีวีช่องไหนก็มีแต่พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนเทนนิส เพื่อหวังจะชนะรายการแข่งใหญ่ได้เงินมาบาทยังพี่บอลเขามั่ง แล้วพอคนอื่นดังก็เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นอีก แล้วจะเก่งซักอันมั้ยเนี่ย?
 
        กรณีศึกษาที่ 3 การเลือกคณะและอาชีพ ผมว่ามันก็ไม่แปลก แล้วก็ไม่ผิดนะ ที่เวลาเราเห็นคนนู้นคนนี้ประสบความสำเร็จ แล้วจะทำตามน่ะ แต่ว่าหลายๆอย่างมันก็เกินไปแล้วก็ไม่พอดีเอาซะเลย หลายคนไม่เคยคิดว่าตัวเองชอบอะไร ตัวเองทำอะไรได้ดี รู้แต่ว่าทำไอโน้นไอนี่แล้วเงินดี ทำไอนี่แล้วไส้แห้งไม่เอาหรอก โดยที่กลับไม่ได้ดูตัวเองว่าเหมาะสมรึเปล่ากับสิ่งเหล่านั้น เรื่องเงินเป็นเรื่องที่สำคัญก็จริง อะไรที่เงินดีก็แห่กันเข้าไปทำ แล้วก็แย่งงานกันทำ แล้วเงินมันจะยังดีอยู่มั้ย แต่กลับกันสิ่งที่เราทำได้ดีจริงๆ โอกาสที่มันจะได้เงินดีก็มีมากกว่าเห็นๆ แต่ทำไมไม่เลือกกัน?
 
        กรณีศึกษาที่ 4 วัฒนธรรม ประเพณีนิยม ก็นิยมตามชื่อแหละครับ ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี แต่ถ้าชาวบ้านเขาทำเราก็เอามั่ง แต่ก็น่าแปลกใจที่ส่วนใหญ่แล้วเรื่องดีๆมักจะไม่ทำตามกัน ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
 
        สิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของวัฒนธรรมนี้คือ ความไม่เชื่อใจในตัวเอง ก็เลยจะต้องทำตามชาวบ้านไว้ก่อนน่าจะเป็นที่ยอมรับที่สุด ซึ่งก็ถูกส่วนหนึ่งเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ถูกทั้งหมดอย่างแน่นอน สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ คนเราจะต้องเชื่อในตัวเองบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับมากเวอร์ เพราะสิ่งนั้นจะทำให้เรามองเห็นตัวเอง และเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น อย่ามัวแต่หลงไปกับสิ่งรอบข้างที่พยายามทำให้เราเชื่อ ลองชั่งน้ำหนักกันดูก่อน ว่าอะไรเหมาะสมกับเรามากที่สุด มันจะทำให้ชีวิตเราไม่ต้องถูกกระแสที่ไม่เข้ากับเราพัดพาไป
 
        ผมเองก็ยังเด็ก ไม่ได้มีประสบการณ์มากมายอะไร ไม่ได้พบเห็นมาซะทุกอย่าง ไม่ได้เข้าใจอะไรทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องที่ผมเชื่อ ก็เท่านั้นเอง ซีเรียสไปมั้ยเนี่ย เหอๆ
Categories: Uncategorized