Home > Uncategorized > วัฒนธรรมเฮโล

วัฒนธรรมเฮโล

        ช่วงนี้คำนี้เป็นคำฮิตที่ติดปากผมมากที่สุดคำหนึ่ง (มากสุดยังอุตส่าห์มีหลายคำ = =) สำหรับคนที่ยังงงกับความหมายของคำว่าเฮโล ก็จะขออธิบายสั้นๆตรงนี้ก่อนนะครับ ว่าเฮโลคืออาการของการแห่กันไป ชาวบ้านเขาว่ายังตูก็ว่าแบบเขาบ้าง สาเหตุที่คำนี้เริ่มติดปากผม เพราะพักหลังนี้ผมมักจะเห็นวัฒนธรรมนี้อยู่ทั่วไป แล้วก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ที่หลายคนกลับยึดถือวัฒนธรรมแบบนี้
 
        เคยสังเกตุมั้ยครับว่าเวลามีอะไรฮิตอะไรดังขึ้นมาที ทุกคนก็จะต้องแห่กันไปทำตามกันหมด แล้วพอไอเจ้าอะไรที่ว่ามันเลิกฮิตมันเลิกดังก็จะไม่มีใครสนใจเหลียวแลอีก ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างของเล่นพอมีอะไรฮิตขึ้นมา ทุกคนก็จะต้องพยายามจับจองเป็นเจ้าของหามาเล่น แต่พอหมดหน้าฮิตเมื่อไหร่ ของเล่นเหล่านั้นก็จะถูกเอามาโละราคาหั่นแหลกเพราะว่าไม่มีคนซื้อ (ไปมัวซื้ออันใหม่ที่ฮิตกว่า) ที่เห็นๆตอนนี้ก็เจ้า Rubik นี่แหละ ขายกันเกลื่อนเมือง ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าแต่ละคนสนุกที่ได้เล่นมันจริงๆหรือเปล่า หรือแค่เล่นตามที่เขาฮิตกันไปแค่นั้นเอง
 
        กรณีศึกษาที่ 2 ก็เป็นเรื่องของพวกกีฬา มีอยู่ช่วงนึงที่ภราดรกำลังฮิตมาก เปิดทีวีช่องไหนก็มีแต่พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนเทนนิส เพื่อหวังจะชนะรายการแข่งใหญ่ได้เงินมาบาทยังพี่บอลเขามั่ง แล้วพอคนอื่นดังก็เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นอีก แล้วจะเก่งซักอันมั้ยเนี่ย?
 
        กรณีศึกษาที่ 3 การเลือกคณะและอาชีพ ผมว่ามันก็ไม่แปลก แล้วก็ไม่ผิดนะ ที่เวลาเราเห็นคนนู้นคนนี้ประสบความสำเร็จ แล้วจะทำตามน่ะ แต่ว่าหลายๆอย่างมันก็เกินไปแล้วก็ไม่พอดีเอาซะเลย หลายคนไม่เคยคิดว่าตัวเองชอบอะไร ตัวเองทำอะไรได้ดี รู้แต่ว่าทำไอโน้นไอนี่แล้วเงินดี ทำไอนี่แล้วไส้แห้งไม่เอาหรอก โดยที่กลับไม่ได้ดูตัวเองว่าเหมาะสมรึเปล่ากับสิ่งเหล่านั้น เรื่องเงินเป็นเรื่องที่สำคัญก็จริง อะไรที่เงินดีก็แห่กันเข้าไปทำ แล้วก็แย่งงานกันทำ แล้วเงินมันจะยังดีอยู่มั้ย แต่กลับกันสิ่งที่เราทำได้ดีจริงๆ โอกาสที่มันจะได้เงินดีก็มีมากกว่าเห็นๆ แต่ทำไมไม่เลือกกัน?
 
        กรณีศึกษาที่ 4 วัฒนธรรม ประเพณีนิยม ก็นิยมตามชื่อแหละครับ ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี แต่ถ้าชาวบ้านเขาทำเราก็เอามั่ง แต่ก็น่าแปลกใจที่ส่วนใหญ่แล้วเรื่องดีๆมักจะไม่ทำตามกัน ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
 
        สิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของวัฒนธรรมนี้คือ ความไม่เชื่อใจในตัวเอง ก็เลยจะต้องทำตามชาวบ้านไว้ก่อนน่าจะเป็นที่ยอมรับที่สุด ซึ่งก็ถูกส่วนหนึ่งเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ถูกทั้งหมดอย่างแน่นอน สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ คนเราจะต้องเชื่อในตัวเองบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับมากเวอร์ เพราะสิ่งนั้นจะทำให้เรามองเห็นตัวเอง และเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น อย่ามัวแต่หลงไปกับสิ่งรอบข้างที่พยายามทำให้เราเชื่อ ลองชั่งน้ำหนักกันดูก่อน ว่าอะไรเหมาะสมกับเรามากที่สุด มันจะทำให้ชีวิตเราไม่ต้องถูกกระแสที่ไม่เข้ากับเราพัดพาไป
 
        ผมเองก็ยังเด็ก ไม่ได้มีประสบการณ์มากมายอะไร ไม่ได้พบเห็นมาซะทุกอย่าง ไม่ได้เข้าใจอะไรทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องที่ผมเชื่อ ก็เท่านั้นเอง ซีเรียสไปมั้ยเนี่ย เหอๆ
Categories: Uncategorized
  1. dora_nan
    April 11, 2009 at 00:56

    เหนด้วยกับกรณี 3 เปนอย่างยิ่ง

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: