Archive

Archive for the ‘ชีวิตพิสดาร’ Category

เหตุเกิด ณ ร้านอาหารตามสั่ง

January 12, 2009 4 comments
    จำได้ว่าก่อนหน้านี้ผมเคยอัพเจ้าเรื่องข้าวไข่เจียวที่เข้าใจผิดกันไปทีนึง มาวันนี้ผมก็จะขอเล่าเรื่องคล้ายกันนี้อีกและครับ เหตุการณ์เกิดเมื่อ 4-5 วันก่อน (จำไม่ค่อยได้) ที่ร้านอาหารตามสั่งร้านเดิมเลย (อีกแล้ว -*-)
    เรื่องก็มีอยู่ว่าวันนี้ผมไม่ได้กินข้าวกลางวัน เพราะมัวแต่ไปนั่งเล่นอยู่ที่ห้องคอมที่ภาค ประมาณซักบ่าย 3 กว่าๆ ท้องผมก็เริ่มส่งสัญญาณมาบอกผมว่า ไม่ไหวแล้ว ขออะไรลงท้องหน่อย ผมก็เลยแว่บมาโรงอาหารที่ใกล้ที่สุด มองไปภายในโรงอาหาร เนื่องจากใกล้จะเย็นแล้ว หลายๆร้านก็ปิดกันไปแล้ว จะมีก็ร้านอาหารตามสั่งตรงทางเข้าที่ยังเปิดอยู่ ด้วยความสิ้นคิดที่ปกติผมมาสั่งร้านนี้ทีไรประมาณ 95% ของการสั่งของผมจะเป็นข้าวไข่เจียวหมูสับ และครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งใน 95%
    ผมเข้าไปยืนหน้าร้านวันนี้มีป้าคนนึงแก่ๆมาคอยรับออเดอร์อยู่หน้าร้าน ป้าบอก “เขียนไว้เลยลูก” ผมก็เขียนข้าวไข่เจียวหมูสับลงไป แล้วสักพักอาหารจากในครัวก็เสร็จพอดี ป้าแกก็เลยเรียกคนที่สั่งมารับข้าว “กะเพรารวมมิตรได้แล้วค่า~~” ผมก็มองไปที่จานข้าวที่ป้าแกถือ ผมพินิจพิเคราะห์อยู่หลายที ไม่ว่าดูยังไงมันก็ข้าวผัดชัดๆ ไหงป้าแกบอกกะเพรารวมมิตรล่ะเนี่ย -*- ผมล่ะงงกับป้าแกจริงๆ หลังจากนั้นผมก็ยื่นที่ผมสั่งให้ป้าไป แล้วก็ไปนั่งรออยู่แถวๆหน้าร้าน ช่วงนั้นผมหิวมากเลยแหละ กำลังคิดกับตัวเองว่าไม่น่าอดมื้อกลางวันไปเลย แล้วก็นั่งรอไปเรื่อยๆ รอว่าเมื่อไหร่ของผมจะเสร็จ
    “xxxไข่เจียวค่า~~” ผมฟัง 2-3 พยางค์แรกไม่ชัด เนื่องจากกำลังมึนได้ที่เพราะความหิว แต่ก็จับใจความได้ว่าไข่เจียวแหละ ผมก็เลยไปรับอาหาร แม่เจ้ามันกลายเป็นข้าวกะเพราหมู ไข่เจียวเฉยเลย ผมสั่งข้าวไข่เจียวหมูสับไปนะเนี่ย แต่ผมก็ไม่คิดอะไรมากก็พอทำใจไว้แล้วแหละ ขนาดข้าวผัดป้าแกยังบอกว่าเป็นกะเพรารวมมิตรเลย จะเข้าใจไข่เจียวหมูสับผมเป็นกะเพราะไข่เจียวก็ไม่น่าแปลก บวกกับความหิวยกกำลังสามของผม ผมก็เลยรีบจ่ายตังแล้วก็กลับมานั่งที่ซัดข้าวด้วยความหิวโหย
    ผมกินไปได้ประมาณครึ่งนึงแหละ จู่ๆก็มีผู้หญิงคนนึงเดินไปที่หน้าร้านแล้วก็บอกว่าของแกสั่งไปตั้งนานแล้วยังไม่เห็นได้เลย ทำไมบางคนสั่งทีหลังยังได้ไปแล้ว ป้าแกก็เลยถามว่าสั่งอะไรไป ปรากฎว่าเขาสั่งกะเพราหมูไข่เจียว (เอาล่ะสิ นี่ตูไปฉกเขามาเรอะเนี่ย เพิ่งจะรู้ตัว) ป้าแกก็เลยทำให้ใหม่อีกจาน แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นครับ ตอนที่ผมกำลังจะกินเสร็จ ป้าแกก็ตะโกนว่า “ข้าวไข่เจียวหมูสับค่า” นั่นไงตูว่าแล้ว สรุปว่าเข้าใจผิดไปเองล่ะสิเนี่ย ทำไงดี ผมตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง (นับรวมได้ประมาณ 5.348 วินาที) ก็เลยไปบอกป้าแกว่าผมมารับผิดจานไป ไข่เจียวอันนี้ของผมเองแหละ แล้วผมก็ล้วงกระเป๋าที่จะจ่ายให้ป้าแก แต่ป้าแกก็บอกไม่เป็นไรลูกๆ ผมก็ยังรู้สึกผิดนิดๆก็เลยถามไปว่า แล้วไข่เจียวนี่ล่ะครับ แต่ป้าแกก็ยังย้ำคำเดิมว่าไม่เป็นไร ผมก็เลยกลับมานั่งกินต่อด้วยความไม่สบายใจนิดหน่อยพอกินเสร็จก็รีบกลับไปนั่งเล่นคอมต่อ
    การอัพ space ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณป้าคนขายมาก (ผมจำชื่อร้านไม่ได้แฮะ) ที่อุตสาห์ไม่เรียกเก็บผมเพิ่ม เพราะผมผิดเองแหละที่ไปฉกชาวบ้านมา แต่ดันคิดว่าป้าแกอ่านของผมผิด ผมนี่แย่จริงๆ
ปล. ตอนนี้ตัวหนังสือใหญ่น่าจะอ่านกันง่ายขึ้นนะครับ เหอๆ
Advertisements

อันนี้มันอะไรเนี่ย

November 28, 2008 3 comments
    หลังจากคราวที่แล้วผมได้เสนอความจำอันยอดแย่ของตัวเอง ที่มีต่อไส้กรอกใน 7-11 ไปแล้ว มาวันนี้ก็ขอเสนอเรื่องของพนักงานใน 7-11 กันเองบ้างครับ เรื่องของเรื่องก็คือวันนี้ผมก็เข้าไปซื้อไส้กรอก 7-11 ด้วยความไม่เข็ดอีกครั้ง ตามสูตรครับ ผมก็ชี้ “เอาอันนี้ครับ” แต่วันนี้คนขายเปลี่ยนคนไปจากวันนั้น แต่สาขาเดิมแหละ คนขายก็หยิบขึ้นมาเตรียมจะหั่น แล้วก็บอกมาว่า “อ้อ อันนี้….” “…” เจ้แกก็ทำท่าเหมือนจะพยายามนึกชื่อเพื่อบอกผม แต่เป็นอันว่าไม่สำเร็จ ก็เลยตะโกนเรียกพนักงานผู้ชายอีกคนข้างๆ แล้วถามว่า “อันนี้มันอะไรเนี่ย” พนักงานชายก็ตอบว่า “อันนี้บิ๊กชีทไบท์ครับพี่” แล้วเจ๊แกก็หันมายิ้มกับผมแล้วก็บอกประมาณว่า มันคล้ายๆกันหมดจะให้จำได้ยังไงเนอะ ประมาณว่ามีการหาพรรคพวกอีกแน่ะ ผมก็ครับๆไปตามระเบียบ แต่มันก็จำยากจริงๆแหละนะ เหอๆ

อันนี้อะไรคะ?

November 26, 2008 4 comments
    การเลือกที่จะไม่จำเรื่องบางอย่าง น่าจะเป็นปรกติวิสัยของมนุษย์ทั่วๆไปอยู่แล้ว ผมเองก็มีบางเรื่องที่เลือกที่จะไม่จำเหมือนกัน ซึ่งสิ่งนั้นก็คือไส้กรอกใน 7-11 จะไบท์อะไรก็ช่าง ผมขอเรียกไส้กรอกนะครับ เพราะมันจำไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่ว่าจำชื่อไม่ได้นะครับ ชื่อของแต่ละอันผมจำได้ทั้งนั้นแหละ แต่ผมไม่สามารถจับคู่ระหว่างชื่อของมัน กับของจริงได้ เรื่องของเรื่องก็คือ วันนี้ตอนเช้าผมก็ออกจากบ้านเพื่อไปเรียนตามปกติน่ะแหละ แต่วันนี้เกิดอยากกินไส้กรอกที่ 7-11 ขึ้นมา และเพื่อความรวดเร็ว ผมก็อยากได้อันที่มันสุกแล้วน่ะแหละ ไม่ใช่ว่าสั่งแล้วก็เพิ่งจะเอามาหมุนๆ (เรียกว่าอะไรน้อ?) ไอครั้นจะสั่งด้วยชื่อก็ทำไม่ได้ เพราะผมไม่รู้ว่าไอที่มันหมุนๆอยู่ตอนนี้คืออะไรน่ะสิ จะสั่งแต่ชื่อก็กลัวว่าจะต้องเสียเวลารอ ปกติแล้วผมก็เลยชี้ๆเอาว่าเอาอันนี้กับอันนี้ก็ว่ากันไป แล้วผมก็จะยื่นเงินให้กับคนที่เอาไส้กรอกใส่ถุงให้ผมน่ะแหละ เพื่อหลีกเลี้ยงคำถามว่ามันคืออะไร เพราะผมก็ไม่รู้ แต่วันนี้พอผมยื่นเงินให้ปุ๊บ เจ๊แกก็บอกว่าจ่ายที่แคชเชียร์ข้างๆเลยค่า พอถึงเวลาคิดเงินปั๊บ เจ๊แคชเชียร์ผู้ซึ่งไม่รู้ว่าผมซื้ออะไรก็ถามผมว่า “อันนี้อะไรคะ?” ผมก็ได้แต่ตอบไปว่า “ถามพี่คนนู้นเลย ครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” เป็นอันว่าจบเรื่องจบราว ได้ไส้กรอกมากินสมใจอยาก
    พอตกเย็นหลังเลิกเรียนผมก็แวะไปกินข้าวเย็น หลังจากสั่งมาม่าผัดขี้เมามาเขี่ยผักเล่น 1 จาน ก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่อิ่มเอาซะเลย เหมือนจะเขี่ยไปเยอะเกิน ว่าแล้วก็กินน้ำแข็งไสซะหน่อยดีกว่า ผมก็ตรงเข้าไปสั่งทันใด “เฉาก๊วย กับ ขนมปัง น้ำแดงครับ” ผมสั่งด้วยเมนูสุดสิ้นคิดตามสไตล์ผม ที่ชีวิตนี้ไม่เคยจะสั่งอย่างอื่น เพราะไม่ชอบกิน ป้าคนขายก็บอกว่า “อีกอย่างล่ะคะ ได้ 3 อย่างค่ะ” “อ๋อ เอาแค่ 2 อย่างครับ” ผมก็ว่าไป “เอา 2 อย่างนะคะ” ป้าแกก็ทวน แล้วป้าแกก็บรรจงตักเฉาก๊วย สลิ่ม เอ๊ะเดี๋ยวผมสั่งเฉาก๊วยกับขนมปังต่างหาก ผมก็รีบบอกป้าทันที “ฌแก๊วยกับขนมปังนะครับ” ป้าแกก็ตอบว่า “ค่ะๆ” น้ำเสียงประมาณว่าก็ตักถูกแล้วนี่นา จะเตือนทำไม แล้วป้าแกก็ตักสลิ่มจนเสร็จ แล้วก็ตักขนมปังต่อ ตักเสร็จยังมาถามอีกแน่ะเอาน้ำอะไร “น้ำแดงครับ” อันนี้ไม่ว่ากันจะลืมก็ไม่แปลก แต่ไหงรับปากผมซะดิบดีว่า 2 อย่าง แล้วดันตักมา 3 อย่างได้ไงเนี่ย ก็เลยงงๆว่าสงสัยว่าถ้าสั่ง 2 อย่างป้าแกก็คงจะ random ขนมหวานอย่างที่ 3 ให้อัตโนมัติล่ะมั้ง ก็ยังดีที่ว่าไอของที่ random มาผมกินได้ล่ะน่ะ ถ้าไม่ได้นี่ก็คงจะเซ็งพิลึก
    อัพแต่เรื่องของกินครับ หุหุ เผอิญด้วยนิสัยเลือกกิน ยังไงก็จะพยายามอัพให้ถี่ขึ้นแหละนะครับ

เข้าใจผิด

October 11, 2008 6 comments
    วันนี้ลองเปลี่ยนบรรยากศเอาเรื่องส่วนตัวประจำวันมาเล่าบ้างดีกว่าเนอะ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ความจริงมันก็ผ่านมาซักพักแล้วล่ะ แต่จู่ๆก็นึกออกขึ้นมาเลยเอามาเล่าซะหน่อยเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ (ยังไงหว่า?)
    เรื่องก็มีอยู่ว่า ช่วงกลางวันของวันหนึ่ง ผมไปกินข้าวกลางวันอยู่ที่โรงอาหารคณะวิทยฯ ผมเข้าไปสั่งร้านอาหารตามสั่งเนื่องจากไม่ได้กินนาน “เอาข้าวไข่เจียวหมูสับครับ” ผมสั่งไป(ด้วยความสิ้นคิด = =”) แล้วผมก็กลับมานั่งที่ เพื่อรอข้าวที่สั่ง สักพักนึงป้าเจ้าของร้านก็ตะโกนออกมา “ข้าวไข่เจียวค่าาา” ด้วยความหิวผมก็รีบไปเอาทันที ระหว่างนั้นผมเห็นผู้ชาย 2 คนยืนอยู่หน้าร้าน แล้วหนึ่งในสองคนนั้นก็พูดออกมาว่า “ไข่เจียวใครวะ น่ากินจัง” แล้วพี่แกก็เอาช้อนส้อมที่ถือพร้อมไว้ในมือลงไปตัดไข่เจียวในจาน (ของผม = =) ตอนนั้นผมละอย่างอึ้ง ว่าทำไมช่างกล้าขนาดนี้ ไม่ทันคิดอะไรผมรีบเอามือไปหยิบจานเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของด่วน แล้วก็จ่ายเงินค่าข้าวให้ป้าเจ้าของร้าน ส่วนชายคนนั้นก็ยืนอึ้งไปตามระเบียบ แล้วก็ซุบซิบกับเพื่อนที่มาด้วยว่า “อ่าว! กูก็นึกว่าของมึง” ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก รีบหยิบช้อนส้อมแล้วกลับมานั่งกินตามปรกติ

ความฝัน

September 6, 2008 3 comments
    ความฝันมันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน เส้นทางที่มีให้เลือกก็เยอะแยะไปหมด ทำให้ยิ่งรู้สึกว่ายิ่งทางเลือกมาก ก็ยิ่งทำให้เลือกไม่ถูก ถึงจะมีอิสระ แต่ก็ไม่รู้จะไปทางไหนดี
    ผมเองเคยเข้าใจว่าทางเลือกนั้นมีไม่มาก แต่ก็เป็นความเข้าใจที่ดูเป็นเด็กเหลือเกิน นับวันผมกลับรู้ว่าทางเลือกนั้นมีอยู่มากมาย ถึงแม้จะเลือกไปแล้วก็ยังจะต้องเลือกทางต่อไปอีกเรื่อยๆ ความฝันที่เคยคิดไว้ว่าอย่างจะเป็นอย่างนั้นบ้างอย่างนี้บ้าง กลับกลายเป็นต้องวาดฝันรายละเอียดความฝันนั้นต่อไปอีก
    ผมเองเคยเข้าใจว่าตัวเองถนัดบางสิ่ง แต่ยิ่งนานก็ยิ่งเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้ถนัดอะไรจริงๆจังๆซักอย่างเดียว เหมือนกับเป็ดที่ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ก็ไม่มีอะไรดีเลยเช่นกัน
    หากลองมองอีกมุม มันก็เป็นความสนุกอย่างนึงที่ได้สัมผัสกับหลายๆสิ่ง โดยไม่ต้องยึกติดกับอะไร ยิ่งถ้าไม่ยึดติดด้วยแล้ว ก็ไม่เห็นจะต้องกังวลกับความฝัน
    ถึงตอนนี้ผมจะมีเส้นทางในใจแล้ว แต่ก็เป็นเส้นทางที่ผมมองเห็นแค่ระยะใกล้ๆ ไม่สามารถหยั่งถึงถนนที่ทอดยาวต่อไปได้อยู่ดี ยังต้องคอยมองให้ไกลออกไปอีกแล้วลองเลือกทางต่อไปนั้นไว้ในใจ

เอะอะก็.. เลิกกลางคัน

August 2, 2008 5 comments
    ผมรู้สึกว่าตัวเองในบ้างครั้งก็เป็นคนที่เบื่ออะไรง่าย จริงๆแล้วก็เกือบทุกครั้งมากกว่าแหละ ตัวอย่างง่ายๆก็เช่นว่าเล่นเกม ทำงาน หรือทำอะไรต่างๆนาๆ ผมมักจะทำได้แป๊ปเดียว แล้วก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นซะอย่างงั้น เลยชักไปแน่ใจอยู่เหมือนกัน ว่าตัวเองเป็นคนใจร้อน หรือว่าสมาธิสั้นกันน้า (หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 อย่าง) ช่วงนี้ก็เลยรู้สึกว่าทำไมมันถึงได้แย่ขนาดนี้ล่ะเนี่ย ทำอะไรครึ่งๆกลางๆตลอด เผลอๆจะไม่ถึงครึ่งเอาด้วยซ้ำทำไปนิดเดียวก็เลิกอีกและ ทำอย่างไงถึงจะแก้นิสัยแบบนี้ได้นะ พอนั่งคิดอยู่ 3 ตลบก็ได้ข้อสรุปว่าคงแก้ไม่ได้หรอกมั้งเหมือนมันจะเป็นนิสัยถาวรไปแล้ว (พยายามเลี่ยงคำบางคำ) แต่ก็จะพยายามปรับปรุงแหละครับ
    ถ้าตั้งใจทำอะไรมากกว่านี้ก็คงจะดีสิเนอะ
ปล.ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าจะมาบ่นให้ฟังทำไมเนี่ย ก็ช่วยคอมเมนท์บอกด้วยนะครับ ทีหลังจะได้ไม่เขียนแนวนี้
ปล.2 แต่ถ้าอ่านแล้วเฉยๆก็ช่วยคอมเมนท์ทีครับ สรุปคืออ่านแล้วอย่าอ่านเลย คอมเมนท์ให้ด้วยคร๊าบ ขอบคุณครับผม

เผาไม่ว่าแต่อย่าให้รู้

November 15, 2007 6 comments
    เมื่อวานนี้มีเรียน EL296 (English for Science and Tecnology) เป็นครั้งแรก เข้าเรียนตอน 11 โมง ผมก็ไม่รู้จะอุตส่าห์รีบไปสถาบันภาษาทำไมตั้งแต่ 10 โมง ไปนั่งๆนอนๆอยู่แถวนั้นเกือบชั่วโมงกว่าจะมีคนโผล่มากัน ตอนแรกก็นึกว่าเรียนคล้ายๆกับพวก 171 172 อะไรแบบนี้ซะอีก ที่ไหนได้อาจารย์เข้ามาปั๊บพี่แกเล่นใส่อังกฤษล้วนเลย ทำเอาผมงงไปชั่วครู่หนึ่ง
    อาจาร์ยแกเล่นใส่อังกฤษเกือบทั้งคาบเลยมั้ง จนกระทั่งบางคนนึกว่าอาจารย์เป็นคนต่างประเทศ (อะไรจะขนาดนั้น -*-) เรียนไปซักพัก อีกห้องก็เลิกก่อนซะแล้ว แล้วก็มายืนกดดันกันอยู่หน้าห้องซะงั้น ครั้นพอเลิกบ้าง ก็เลยว่าจะลงไปกินข้าวกัน ปรากฎว่าคนลงลิฟต์เยอะพอสมควร ก็เลยตกลงกันว่าลงบันไดก็ได้ ระหว่างเดินลงบันได ยุ้ยมันก็ถามกอล์ฟไปว่า
    ยุ้ย : เฮ้ย! กอล์ฟอาจารย์มึงพูดอังกฤษทั้งคาบเลยรึเปล่าวะ
    กอล์ฟ : เปล่านิ ทำไมเหรอ
    ยุ้ย : ไอเหี้ย อาจารย์กูนะพูดแต่อังกฤษทั้งคาบเลยว่ะ
    ยุ้ย : บลาๆๆ (ยังไม่รู้ตัว)
    โดนไม่ทันสังเกตุ จู่ๆผมก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนเดินลงบันไดตามมาด้วย ผมเลยแอบชำเลืองมองไปนิด “อ่าว อาจารย์นี่หว่า -*-” ก็เลยสะกิดยุ้ยมันให้หันมามอง ก็ตกใจกันไปตามระเบียบ แต่อาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วก็หัวเราะกันใหญ่ เพราะมันคิดว่ามันจะบังเอิญอะไรกันซะขนาดนี้ อันนี้ใครพูดก็ซวยไป ไปเคลียร์กับอาจารย์คาบหน้าเองและกัน หุหุ