Archive

Archive for the ‘Uncategorized’ Category

เว็บไซต์ทุนเรียนต่อ

March 13, 2010 Leave a comment
ช่วงนี้กำลังวางแผนว่าจะเรียนต่อหรือทำงานดี ก็เลยลองๆหาทุนดู
 
กลัวจะลืมเลยเอาเว็บไซต์มาแปะไว้ในนี้แล้วกัน
 
 
Advertisements
Categories: Uncategorized

วัฒนธรรมเฮโล

April 5, 2009 1 comment
        ช่วงนี้คำนี้เป็นคำฮิตที่ติดปากผมมากที่สุดคำหนึ่ง (มากสุดยังอุตส่าห์มีหลายคำ = =) สำหรับคนที่ยังงงกับความหมายของคำว่าเฮโล ก็จะขออธิบายสั้นๆตรงนี้ก่อนนะครับ ว่าเฮโลคืออาการของการแห่กันไป ชาวบ้านเขาว่ายังตูก็ว่าแบบเขาบ้าง สาเหตุที่คำนี้เริ่มติดปากผม เพราะพักหลังนี้ผมมักจะเห็นวัฒนธรรมนี้อยู่ทั่วไป แล้วก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ที่หลายคนกลับยึดถือวัฒนธรรมแบบนี้
 
        เคยสังเกตุมั้ยครับว่าเวลามีอะไรฮิตอะไรดังขึ้นมาที ทุกคนก็จะต้องแห่กันไปทำตามกันหมด แล้วพอไอเจ้าอะไรที่ว่ามันเลิกฮิตมันเลิกดังก็จะไม่มีใครสนใจเหลียวแลอีก ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างของเล่นพอมีอะไรฮิตขึ้นมา ทุกคนก็จะต้องพยายามจับจองเป็นเจ้าของหามาเล่น แต่พอหมดหน้าฮิตเมื่อไหร่ ของเล่นเหล่านั้นก็จะถูกเอามาโละราคาหั่นแหลกเพราะว่าไม่มีคนซื้อ (ไปมัวซื้ออันใหม่ที่ฮิตกว่า) ที่เห็นๆตอนนี้ก็เจ้า Rubik นี่แหละ ขายกันเกลื่อนเมือง ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าแต่ละคนสนุกที่ได้เล่นมันจริงๆหรือเปล่า หรือแค่เล่นตามที่เขาฮิตกันไปแค่นั้นเอง
 
        กรณีศึกษาที่ 2 ก็เป็นเรื่องของพวกกีฬา มีอยู่ช่วงนึงที่ภราดรกำลังฮิตมาก เปิดทีวีช่องไหนก็มีแต่พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนเทนนิส เพื่อหวังจะชนะรายการแข่งใหญ่ได้เงินมาบาทยังพี่บอลเขามั่ง แล้วพอคนอื่นดังก็เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นอีก แล้วจะเก่งซักอันมั้ยเนี่ย?
 
        กรณีศึกษาที่ 3 การเลือกคณะและอาชีพ ผมว่ามันก็ไม่แปลก แล้วก็ไม่ผิดนะ ที่เวลาเราเห็นคนนู้นคนนี้ประสบความสำเร็จ แล้วจะทำตามน่ะ แต่ว่าหลายๆอย่างมันก็เกินไปแล้วก็ไม่พอดีเอาซะเลย หลายคนไม่เคยคิดว่าตัวเองชอบอะไร ตัวเองทำอะไรได้ดี รู้แต่ว่าทำไอโน้นไอนี่แล้วเงินดี ทำไอนี่แล้วไส้แห้งไม่เอาหรอก โดยที่กลับไม่ได้ดูตัวเองว่าเหมาะสมรึเปล่ากับสิ่งเหล่านั้น เรื่องเงินเป็นเรื่องที่สำคัญก็จริง อะไรที่เงินดีก็แห่กันเข้าไปทำ แล้วก็แย่งงานกันทำ แล้วเงินมันจะยังดีอยู่มั้ย แต่กลับกันสิ่งที่เราทำได้ดีจริงๆ โอกาสที่มันจะได้เงินดีก็มีมากกว่าเห็นๆ แต่ทำไมไม่เลือกกัน?
 
        กรณีศึกษาที่ 4 วัฒนธรรม ประเพณีนิยม ก็นิยมตามชื่อแหละครับ ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี แต่ถ้าชาวบ้านเขาทำเราก็เอามั่ง แต่ก็น่าแปลกใจที่ส่วนใหญ่แล้วเรื่องดีๆมักจะไม่ทำตามกัน ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
 
        สิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของวัฒนธรรมนี้คือ ความไม่เชื่อใจในตัวเอง ก็เลยจะต้องทำตามชาวบ้านไว้ก่อนน่าจะเป็นที่ยอมรับที่สุด ซึ่งก็ถูกส่วนหนึ่งเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ถูกทั้งหมดอย่างแน่นอน สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ คนเราจะต้องเชื่อในตัวเองบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับมากเวอร์ เพราะสิ่งนั้นจะทำให้เรามองเห็นตัวเอง และเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น อย่ามัวแต่หลงไปกับสิ่งรอบข้างที่พยายามทำให้เราเชื่อ ลองชั่งน้ำหนักกันดูก่อน ว่าอะไรเหมาะสมกับเรามากที่สุด มันจะทำให้ชีวิตเราไม่ต้องถูกกระแสที่ไม่เข้ากับเราพัดพาไป
 
        ผมเองก็ยังเด็ก ไม่ได้มีประสบการณ์มากมายอะไร ไม่ได้พบเห็นมาซะทุกอย่าง ไม่ได้เข้าใจอะไรทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องที่ผมเชื่อ ก็เท่านั้นเอง ซีเรียสไปมั้ยเนี่ย เหอๆ
Categories: Uncategorized

พระจันทร์ยิ้ม

December 1, 2008 4 comments
     วันนี้ระหว่างนั่งเล่นคอมตามปกติ จู่ๆน้องคนนึงก็ทักเข้ามาว่าให้ดูพระจันทร์ ผมเองก็แปลกใจว่ามันมีอะไรหว่า แปลกประหลาดมากขนาดนั้นเชียวหรือ สิ่งที่เป็นไปได้น่าจะมีแค่ เต็มดวง ไม่เต็มดวง แหว่งนิด แหว่งหน่อย แหว่งมาก ผมก็ยังติดใจอยู่เลยถามกลับไปว่ามีอะไรหรอ น้องแกก็บอกให้ลองดูเอง ไอผมเองก็รีบหาดวงจันทร์จากในบ้านทันใด ปรากฎว่าไม่ว่าจะห้องผม หรือห้องไหนๆในบ้านก็ไม่สามารถมองเห็นพระจันทร์ได้เลย กระผมก็เลยต้องอุทิศตัวตนปีนไปดูบนดาดฟ้าก็จึงได้เห็น

    พระจันทร์ยิ้มได้(ดูจากรูปได้เลยครับ) หลังจากที่ผมเห็นครั้งแรกแล้วก็รู้สึกว่าแปลกดีแฮะ แต่มันค่อยสัมผัสได้ถึงความน่ารักนะ ผมมองตอนแรกแล้วออกแนวสยองนิดๆด้วยซ้ำไป เหอๆ ทำให้ผมคิดได้ว่าที่ผมนึกไม่ออกตอนแรกนั้นว่ามันแปลกแบบนั้น เพราะผมยึดติดแต่คำว่าพระจันทร์ ไม่ได้นึกถึงว่า จะมีดาวอื่นร่วมเอี่ยวกับเขาด้วย นี่แหละนะความคิดที่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากไปมักไม่ก่อจินตนาการ

    ก็ถ่ายรูปมาไว้ด้วยครับ แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่แฮะ อยากโทษกล้องนะ แต่โทษคนถ่ายแหละถูกต้องที่สุดแล้ว หุหุ และด้วยความว่างก็เลยแต่งกลอนแถมท้ายมาด้วยเลย ขอบคุณทุกท่านที่รับชมครับผม

ดวง จันทร์คืน   วันเพ็ญ   มิเด่นเท่า    
จันทร์ เจ้าเข้า   ใกล้ดาวศุกร์   สุกไสว
ยัง มีดาว   พฤหัส   อยู่ข้างไป    
ยิ้ม ส่งให้   มวลหมู่   ผู้รับชม

คน ก็เช่น   ดวงจันทร์   มิผันแปลก    
ย่อม มีแตก   เป็นเสี้ยว   มีขื่นขม
ยิ้ม ก็มี   ปรีดาได้   ให้รื่นรมย์     
ได้ สะสม   ความสุข   ทุกหลากไป 

Categories: Uncategorized

Kiroro Robo Mk-II

October 16, 2008 5 comments
     ช่วงนี้เหมือนจะอัพบ่อยมากขึ้น สงสัยเป็นผลมาจากปิดเทอมล่ะมั้ง แต่ว่าที่ exteen ก็ยังคงดองอยู่ดี วันนี้ไม่ได้อัพอะไรมีสาระมากมายครับ แค่เอารูปมาแปะให้ดูกันเฉยๆ ด้วยล่าสุด ปลาแซลมอน
อุตสาห์หอบจากพิษณุโลกลงมาค้างที่บ้าน เพื่อที่จะมางานหนังสือ(รึเปล่า)
แล้วก็ติดของขวัญวันเกิดมาฝากด้วยซะงั้น ถึงจะเลทไปไม่หน่อยก็เหอะ แต่ก็
Thanks you มากมาย

    ตอนแรกที่ได้มาก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่ามันคืออะไรแต่พอเปิดกล่องออกมานี่มัน …… (ดูรูปข้างล่างประกอบครับ)


    มันคือโมเดล Kiroro Robo Mk-II ซึ่งผมไม่เคยคิดจะซื้อเลย เคยแต่ดูผ่านๆ เพราะรู้สึกว่ามันไม่น่าจะออกมาดูดี แต่ผิดคาดครับ หลังจากประกอบแล้วรู้สึกว่ามันดูคุ้มค่ากว่า Gundam บางตัวอีก โดยระหว่างประกอบก็ช่างโชคร้ายเสียนี่ เหมือนตอนซื้อมาปลาม่อนจะลืมคู่มือที่เอาไว้ดูตอนประกอบไว้ที่ร้าน (อืม เอาไงดีล่ะเนี่ย) ก็สุดท้ายก็คุ้ยเอาจาก Google ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีซะงั้น ก็ประกอบออกมาแล้วก็เป็นดังภาพครับ


  Kiroro เดี่ยวๆ


เต็มหลักสูตร

    วันนี้ก็มาอัพแค่นี้แหละครับ แล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ

Categories: Uncategorized

Data Transfer Rate

October 14, 2008 3 comments
     จริงๆแล้วผมไม่ค่อยจะได้เขียนเรื่องราวที่มีสาระซักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ผมชอบที่จะเขียนอะไรที่มันไร้สาระซะมากกว่าแหละครับ (ถึงปกติจะดองลูกเดียวก็เถอะ) แต่วันนี้หลังจากที่เห็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น ก็เลยอาจจะเขียนเรื่องที่ดูเป็นวิชาการหน่อย แต่ไม่วิชาการมากครับ

    เรื่องก็มีอยู่ว่า สืบเนื่องมาจากการบ้านสุดท้ายของวิชา CS223 Computer Organization and Architecture ที่น้องปี 2 เรียนกันเพิ่งจบไป (ชักเริ่มรู้สึกว่าตัวเองแก่) ซึ่งมีการบ้านอยู่ข้อหนึ่งซึ่งให้หา อัตราการส่งข้อมูล หรือ Data Transfer Rate โดยสิ่งที่โจทย์กำหนดมาคือ มีฮาร์ดดิสก์แม่เหล็กหมุนด้วยความเร็ว 7200 รอบต่อนาที, seek time เฉลี่ยคือ 7 ms, 256 sectors/track, 512 bytes/sector, 2048 tracks/หน้า, ดิสก์มีทั้งหมด 8 จานจานละ 2 หน้า ทั้งหมดนี้คือที่โจทย์ให้มา แต่ผมก็ต้องตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นวิธีทำของน้องๆ คือ

               Data Transfer Rate = ความจุของดิสก์ / Access Time

    "เอ้ย!! เป็นไปได้ยังไง" ผมยังสงสัยอยู่เล็กน้อยว่าเข้าใจกันไปถึงไหนล่ะเนี่ย อัตราการรับส่งข้อมูล มันไปเกี่ยวกับความจุได้ยังไง แถมยังไปเกี่ยวกับ Access Time ซะอีก = =" (ไม่ได้มีเจตนาจะประจานจริงๆนะครับ แต่อยากยกตัวอย่างให้เห็นกัน) ก็ด้วยความตะลึงในความเข้าใจผิดอันนี้แหละครับ เลยอยากจะเขียนถึงวิธีการหาคำตอบของโจทย์ข้อนี้ โดยจะเล่าถึงความหมายของแต่ละคำ แล้วก็วิธีการคิด + การทำงานนิดหน่อยน่ะครับ ก็อยากจะให้ทุกคนเข้าใจจริงๆมากกว่า (แม้ว่า space จะไม่ค่อยมีคนอ่าน 😛 )

    Data Transfer Rate คือ อัตราการรับส่งข้อมูล ต่อ หนึ่งหน่วยเวลา พูดง่ายๆ(แล้วมั้ง) ก็คือปริมาณของข้อมูลที่รับ หรือส่งได้ในเวลาหนึ่ง ยกตัวอย่างง่ายๆที่คุ้นเคยกันดี ก็คือความเร็วของ Internet ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้แหละครับ ว่าทำไมเน็ตแต่ละที่ถึงได้มีความเร็วแตกต่างกัน บางทีเล่นแล้วก็เร็ว บางที่เล่นแล้วก็ช้า ก็เพราะเข้าอัตราการรับส่งข้อมูลนี่แหละครับ ดังที่ได้เห็นใน package ของเน็ตต่างที่บอกว่ามีความเร็ว 1M บ้าง 2M บ้าง ซึ่ง M ในที่นี้มันก็คือ Mbps หรือ Mega bit per second แปลไทยก็ กี่ล้านบิตต่อวินาทีนั่นเอง เพราะฉะนั้นอัตรานี้ไม่ขึ้นกับความจุครับ ซึ่งยิ่งไฟล์ใหญ่มากก็ยิ่งใช้เวลาในการส่งเพิ่มขึ้นไป

    Access Time คือเวลาในการเข้าถึงข้อมูลบิตแรกที่ต้องการ ในกรณีของดิสก์แม่เหล็กนั้นก็คือ เวลาตั้งแต่ที่ออกคำสั่งเพื่อนำข้อมูลกลุ่มหนึ่งมา จนถึงเวลาที่หัวอ่านไปถึง ข้อมูลบิตแรกของข้อมูลทั้งหมดครับ ก็แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ Seek Time แล้วก็ Rotational Latency หรือเขียนในรูปแบบของสมการก็คือ

             Access Time = Seek Time + Rotational Latency

โดยที่ Seek Time คือเวลาที่เลื่อนหัวอ่านไปยัง track ที่ต้องการ และ Rotational Latency คือเวลาที่ข้อมูลบิตแรกของ sector ที่ต้องการมาอ่านใต้หัวอ่านนั่นเอง

    ดังนั้นการหา Data Transfer Rate ของดิสก์แม่เหล็กนั้น ไม่เกี่ยวกับ Access Time ครับ เพราะ Access Time เป็นตัวบอกว่าโดยเฉลี่ยแล้วเราเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการด้วยเวลาเท่าไหร่ แต่ Data Transfer Rate จะบอกถึงว่าเราสามารถรับ หรือส่งข้อมูลด้วยความเร็วเท่าไหร่ครับ ซึ่งปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดค่าของ Data Tranfer Rate ก็คือความเร็วในการหมุนของดิสก์นี่แหละครับ ยิ่งหมุนได้เร็วก็ยิ่งสามารถอ่านข้อมูลได้มา นอกจากนี้ตัวกำหนดอีกตัวก็คือ ความจุข้อมูลต่อ 1 track ครับ ยิ่งจุข้อมูลได้มาก ก็จะยิ่งมี Data Tranfer Rate สูง เพราะฉะนั้นการหาค่าของ Data Transfer Rate ก็ทำได้จาก นำความเร็วของ ดิสก์คูณกับความจุข้อมูลต่อ 1 track นั่นเอง หรือเขียนเป็นสมการว่า

             Data Transfer Rate = ความเร็วในการหมุนของดิสก์ x ขนาดข้อมูลต่อ 1 track

แต่อาจจะต้องดูหน่วยซักนิดนึงคือ ความเร็วรอบของดิสก์ที่ปกติเราเห้นหรือใช้กันจะมีหน่วยเป็น rpm (round per minute) หรือรอบต่อวินาทีนั่นเอง (ถ้าไม่เคยเห็นก็ลองแงะเคสเอาฮาร์ดดิสก์ออกมาดูนะครับ ส่วนใหญ่ที่ใช้กันในปัจจุบันก็ 7200 rpm ครับ) แต่ว่าถ้าโจทย์ถามเป็นต่อวินาทีก็แค่เอาไปหารด้วย 60  

ปล.ถ้าอ่านแล้วงงก็แปลว่าผมเขียนไม่ดีเองนะครับ อย่าตกใจไป
ปล2.ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ แล้วก็ถามผิดตรงไหนก็ comment บอกไว้เลยครับ

Categories: Uncategorized

ไม่ได้อยากดองนะ

August 18, 2008 4 comments
    ผมเข้ามาเช็ค space ทุกวันนะ ว่ามีของใครอัพเดทอะไรรึเปล่า เพราะผมล่ะชอบอ่านเรื่องของชาวบ้านเป็นที่สุด จะเรื่องวงใน วงนอก หรือวงไหน ผมก็อ่านได้ทั้งนั้น แล้วเรื่องของแต่ละคนก็สนุกๆซะด้วยสิ ก็อ่านแล้วก็ทำให้เพลินดีเหมือนกัน พอเวลาผมอ่านเรื่องไหนที่มันสนุกๆขึ้นมาก็มีความรู้สึกว่าอยากจะมาเขียนบ้าง อยากจะให้คนที่เข้ามาอ่านรู้สึกสนุก แต่หลายๆทีก็แป้กสนิท ไม่รู้จะเขียนอะไรขึ้นมาเหมือนกัน ก็เลยดองอยู่เรื่อยๆ
    สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมบางคนมีเรื่องมาเขียนอยู่บ่อยๆน้า ผมก็เลยลองดูแล้วก็พบว่าที่เขียนกับบ่อย(เท่าที่ผมอ่านเจอของเพื่อนนะ) ก็จะมีประมาณว่าขึ้นมา 1-2 ประโยคแล้วก็จบ ประเภทว่าเล่าเรื่องราวความรันทดของชีวิตบ้าง ไม่ก็เขียนเกี่ยวกับว่าวันนี้มีอะไรบ้าง ประมาณเนี้ยแหละ ซึ่งถ้าผมจะเขียนทีนึงก็อยากจะให้มันเป็นอะไรที่มันอ่านได้นานๆยาวหน่อย (font ที่ใช้ปกติก็ตัวเล็กซะด้วยสิ) ก็เลยกลายเป็นไม่ได้เขียนอะไรเลยซักที เพราะกลัวจะออกมาดูไม่ดี กลัวคนอ่านจะไม่สนุกซะงั้น เหมือนกับคนที่กลัวว่าจะทำอะไรออกมาไม่ดีไม่อยากให้คนอื่นเห็นก็เลยไม่กล้าทำ แล้วมันก็จะยิ่งแย่ไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่เวลาผมอ่านของคนอื่นก็ไม่ได้คิดมากนะครับ ว่าคนนี้เขียนดีหรือไม่ดี
    ใครมีไอเดียอะไรดีๆก็คอมเม้นท์ไว้ก็ได้นะครับ ว่าอยากให้เขียนอะไร แล้วจะเอามาลงให้ครับ ตอนนี้หมดมุกมากมาย
Categories: Uncategorized Tags:

(จะ)เปิดเทอมแล้ว

June 1, 2008 3 comments
    รู้สึกว่าปิดเทอมนี้ยาวนานดีเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะปีที่แล้วเปิดเทอมเร็ว เนื่องจากมีกีฬามหา’ลัยโลกล่ะมั้ง แต่ถึงจะรู้สึกว่าปิดเทอมนาน แต่ก็รู้สึกว่าเวลาก็ยังสั้นอยู่ดีเหมือนสุดท้ายพรุ่งนี้ก็เปิดเทอมแล้วซะงั้น ว่าแต่ปิดเทอมทำอะไรไปบ้างน้อ~?
 
    ตอนปิดใหม่ๆน่ะหรอครับ เหมือนไม่ได้ปิดเลยล่ะ นั่งปั่นโปรเจคคอมอยู่ 2 วิชา ช่วงแรกๆก็อู้น่าดู (ตามสไตล์) แต่พอใกล้กำหนดส่งอีกค่อยมาปั่นอีกตามเคย ยิ่งเจ้าโปรเจคดาตาเบสนี่เล่นเอาผมแทบไม่ได้นอนไป 3 คืนเลยมั้ง 4-5 วันก่อนส่งนี่แบบว่าทำงานกันสุดทำ จนกระทั่งคืนสุดท้ายก่อนส่งก็ยังมีปัญหาอยู่นั่นแหละ แต่ยังไม่ทันเสร็จก็หลับไปซะก่อนตอนประมาณ ตี 3 ครึ่ง ตื่นมาอีกทีตี 5 มานั่งทำต่อจนกระทั่งเสร็จแล้วก็เทสครั้งสุดท้ายก่อนส่งประมาณ 8 โมง แล้วก็ไป present ตอนซัก 10 โมงกว่าๆได้ ก็โอเคแหละแก้บางจุดนิดหน่อยแต่ไม่ต้องไป present ใหม่ แต่สุดท้ายก็ยังกลับมาทำต่อจนได้กว่าจะหมดเวรกรรมก็หมดเดือนมีนาไปซะแหล่ว
 
    ต้นเดือนเมษาก็นั่งๆ นอนๆ กลิ้งๆ อยู่กับบ้านเหมือนเคย ช่วงสงกรานต์ก็ไม่ได้ออกไปไหน เพราะกลัวจะเปียกเอา ช่วงเดือนนี้เหมือนปิดเทอมทุกทีเลยแฮะ บางทีก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง นั่งเล่นในบ้านบ้าง ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกตามเคย แต่ว่ามันประหลาดตรงที่ผนตกบ่อยมากเลยสิเนี่ย เพิ่งจะเมษาแต่ฝนนี่ตกยังกะหน้าฝนก็ไม่ปาน แถมช่วงนั้นจำได้ว่าเมนบอร์ดพังไปหลายวันไปค่อยได้เล่นอะไรเท่าไหร่เลย กว่าจะเอาบอร์ดไปเคลมได้ ก็ได้แต่นั่งมองคอมในห้องที่เปิดไม่ขึ้นอยู่อย่างนั้น เหอๆ แต่ก็ยังหาอะไรเล่นจนได้แหละ
 
    พฤษภาเดือนสุดท้ายของปิดเทอม ก็พอดีมีคนชวนไปฝึกงานก็เลยไป เพราะดีกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแหละนะ ก็ทำอยู่ scipark แหละครับ ชีวิตนี้หนีธรรมศาสตร์ไม่พ้น หุหุ ก็ได้ประสบการณ์อะไรหลายๆอย่างดีเหมือนกัน หลังจากจบฝึกงานก็เปิดเทอมพอดีเลยแฮะ พรุ่งนี้ก็ปี 3 และ แก่ขึ้นมาอีกนิดนึง ยังไงก็จะพยายามให้มากขึ้นครับผม
Categories: Uncategorized